มะเขือยาว มะเขือม่วง

ฮัลโหลเทสๆ

 

วันนี้มีเเรงมาอัพบล็อกละ

คงจะมีสาระหน่อยวันนี้

ตามเอนทรี่เลย

ราชีนีที่งดงามของโลก!!!

งวดนี้ขอเอาทางยุโรป ขี้เกียจมาทางเอเชีย

1.สมเด็จพระราชีนี ซีซี่ เเห่งอาณาจักรออสเตรีย

 Photobucket

งามมั้ยล่า~

ทรงประสูติที่ มิวนิก แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เมื่อ 24 ธ.ค. ปีค.ศ.1837

กามเทพแผลงศรรักเมื่อครั้งที่ ซีซี่ ติดตามมารดาและพี่สาว ดัชเชสเฮลีน วัย 18 ปี ไปพักผ่อนทางเหนือของออสเตรีย ขณะอายุ 16 ปี โดยครอบครัวหวังให้ลูกสาวคนโต เป็นคู่กับเจ้าชายฟรานซิส แต่เจ้าชายหนุ่มกลับไปถูกพระทัยน้องสาวแทน

ทั้งสองพระองค์เข้าพิธีอภิเษกที่โบสถ์เซนต์ ออกัสติน วันที่ 24 เม.ย.2397 ที่กรุงเวียนนา ต่อมาเจ้าชายโจเซฟทรงขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งออสเตรีย-ฮังการี จึงทรงเป็นราชินีฮังการีด้วย

พระจักรพรรดินีซีซี่ ทรงเป็นผู้นำแฟชั่น ใส่พระทัยเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และเกมกีฬาขี่ม้า พระวรกายอรชรอ้อนแอ้นมาก รอบเอวคงที่ 20 นิ้ว และยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นหญิงสาวแสนโรแมนติก

ในด้านบทกวี ทรงถ่ายทอดจินตนาการส่วนพระองค์ออกมาเป็นบทกวีที่สละสลวย ใช้พระนามแฝงว่า ทิทาเนีย ชื่อของราชินีแห่งเทพนิยายของเช็กสเปียร์ บทกวีส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเสด็จประพาส โดยประพันธ์ในแนวกรีก มีกลิ่นอายความรัก

รู้สึกว่าโดนมีดเเทงตายนะคนนี้ หญิงงามมักอาภัพ....(เราไม่งามหึหึหึ)

2.อเล๊กซานดราเเห่งเดนมาร์ก

Photobucket

สวยนะคนนี้ ขึ้นชื่อว่า เดอะเเฟร์เลยละ

1 ธันวาคม พ.ศ. 2387 - 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) ทรงเป็นพระมเหสีในสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร และสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งอินเดียในช่วงระหว่างรัชกาลของพระสวามี ก่อนหน้านี้ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ระหว่างปี พ.ศ. 2406 - พ.ศ. 2444 (ยาวนานกว่าผู้ใดที่เคยดำรงพระอิสริยยศนี้) หลังการเสด็จสวรรคตของพระสวามีในปี พ.ศ. 2453

พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ด้วยอาการพระหทัยวาย ณ พระราชวังแซนดริงแฮม และพระบรมศพฝังอยู่ในหลุมผังพระศพที่ตกแต่งอย่างปราณีตทางด้านขวาของแท่นบูชาหลัก เคียงข้างพระราชสวามีในโบสถ์เซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์

คนนี้หูหนวกนะลืมบอกไป..เเละก็ตอนเเรกสามีไม่ค่อยรัก เเละก็มีเเผลตรงคอตอนเด็กๆเเละเกลียดเเผลนี้มาก

3.พระราชีนีวิคตอเรีย เเห่งอังกฤษ

Photobucket

เราจะลืมพูดถึงคนนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria of the United Kingdom พระนามแบบเต็ม อเล็กซานดรินา วิกตอเรีย พระราชสมภพ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 236222 มกราคม พ.ศ. 2444) ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2380 และสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแห่งอินเดียพระองค์แรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2419 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2444 รัชกาลของพระองค์ยาวนานถึง 63 ปี 7 เดือน 2 วัน ซึ่งยาวนานกว่ารัชกาลใดของพระประมุขอังกฤษพระองค์อื่น โดยทั่วไปแล้วยุคสมัยที่เกิดขึ้นในรัชกาลของพระองค์เป็นที่รู้จักว่า "สมัยวิกตอเรีย

ขี้นครองราชย์เมื่ออายุเพียง18ปีเท่านั้นเอง...(เก่งนะหนะ)

4.ไดเเอนน่า สเป็นเซอร์

Photobucket

เจ้าหญิงที่ทุกคนรักมากมายในโลกใบนี้เพราะอะไรนะหรือ

ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ (อังกฤษ: Diana, Princess of Wales) หรือพระนามเต็มคือ ไดอานา ฟรานเซส[1] - สกุลเดิม สเปนเซอร์ (Diana Frances , née The Lady Diana Spencer) (ประสูติ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ที่เมืองแซนดริงแฮม ประเทศอังกฤษ — สิ้นพระชนม์ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส) เป็นพระชายาพระองค์แรกของเจ้าฟ้าชายชาลส์ แห่งเวลส์ จากการอภิเษกสมรสเมื่อปี พ.ศ. 2524 และได้ทรงหย่าขาดเมื่อปี พ.ศ. 2539 พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เป็นพระองค์ที่ 9 ของอังกฤษ สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปนิยมขนานพระนามว่า "เจ้าหญิงไดอานา"

  • ด้านโรคเอดส์ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2530 เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงเป็นบุคคลสำคัญคนแรกของโลกที่ถูกถ่ายรูปว่าจับต้องตัวผู้ป่วยโรคเอดส์ ความคิดและทัศนคติต่อคนที่ป่วยเป็นโรคเอดส์เปลี่ยนไปทันที และคนป่วยเองก็มีกำลังใจมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะจากคำพูดของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ซึ่งกล่าวถึงไดอานา ในปี พ.ศ. 2530 ว่า

"เมื่อปี 1987,หลายคนต่างเชื่อว่าโรคเอดส์สามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัสตัวกัน แต่เจ้าหญิงไดอาน่าได้ประทับร่วมกับผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เตียงของเขาและทรงจับมือเขาไว้ พระองค์ได้แสดงให้โลกได้รับรู้ว่าผู้ป่วยโรคเอดส์ไม่สมควรที่จะถูกทอดทิ้งแต่สมควรที่จะได้รับความเอื้ออาทรจากเรามากกว่า นั่นเป็นการเปลี่ยนความคิดของโลกและเป็นการให้ความหวังแก่ผู้ป่วยที่ด้วยโรคนี้ ''

  • ต่อต้านกับระเบิด เจ้าหญิงเสด็จไปในการทรงต่อต้านการวางกับระเบิด ในฐานะที่ทรงเป็นสมาชิกวิสามัญของสภากาชาดแห่งอังกฤษ ภาพที่พระองค์ทรงจับมือเด็กหญิงที่ถูกกับระเบิดกำลังจะสิ้นใจตราบกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเธอ นำความเศร้าอย่างยิ่งให้กับโลก

นอกจากนี้ เจ้าหญิงยังทรงสนพระทัยในศาสนาอย่างมาก พระองค์เคยทรงเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 อีกด้วย และยังทรงโปรดการที่ได้เล่นกับเด็กโดยไม่ถือพระองค์ ทรงเป็นแม่ทูนหัวของเด็กถึง 17 คน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะพระองค์ทรงเคยเป็นครูที่โรงเรียนอนุบาลมาก่อนก็ได้ ในด้านการต่างประเทศทรงเป็นทูตสันถวไมตรีในหลายๆ ประเทศ การเสด็จของพระองค์นำความยินดีให้กับทุกคนที่จะได้เฝ้าฯ เป็นที่น่าเสียดายว่าก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ไม่นานทรงมีหมายกำหนดการที่จะเสด็จเยือน จังหวัดภูเก็ต แต่ยกเลิกไปเสียก่อน

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2540 เวลา 15.37 น. มีผู้พบเห็นไดอานาลงจากเครื่องบินที่มีต้นทางจากหมู่เกาะซาร์ดิเนียทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่สนามบินเลอร์ บู เจ๊ตในกรุงปารีส ในเวลาประมาณ 15.40น. เจ้าหญิงได้ขึ้นรถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส 280 สีดำ รุ่นปี 1997 ออกจากสนามบินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทรงนัดพบกับ โดดี อัลฟาเยด์ ที่อพาร์ตเมนต์กลางกรุงปารีส หลังจากนั้น เวลาประมาณ 17.45 น. มีผู้พบเห็นไดอานากับนายโดดี พร้อมองครักษ์ อีกครั้งขณะช็อปปี้งในย่านถนน "ชองเซลีเซ่" ขณะนั้นช่างภาพอิสระรุมถ่ายภาพระองค์กับนายโดดี โดยเวลา 18.40 น. เจ้าหญิงจึงเสด็จกลับ มีการดักฟังทางโทรศัพท์ว่า เจ้าหญิงจะทรงพบกับนายโดดีอีก ที่โรงแรมริทซ์เพื่อเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในเวลา 21.31 น. และเจ้าหญิงได้มาถึงโรงแรมเมื่อเวลา 21.31 โดยในระหว่างเวลา 21.40-23.30 น. เจ้าหญิงได้อยู่ในภัตตาคารอันหรูหราของนายโดดี แต่มีรายงานการใช้โทรศัพท์ของเจ้าหญิงว่าได้โทรศัพท์ไปหานางมารา โหรหญิงและเจ้าของร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงลอนดอน พระสหายสนิทพระองค์ เพื่อทำนายดวงชะตาและขอคำปรึกษา